วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

NC Try Me [ภาคิน&กราฟ]_37

NC Try Me [ภาคิน&กราฟ]_37



            “ขยับเอวมากกว่านี้สิกราฟ”

            “ผะ...ผม...ไม่ไหว...ฮ้า...อ้ะ...อาห์...มัน...ลึก”

            เข็มสั้นของนาฬิกาเลยเลขสี่ไปได้พักใหญ่ๆ แล้ว หากแต่ภายในห้องของเจ้าของบ้านยังไม่หลับใหล ด้วยเสียงครางสั่นเครือของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังขึ้นคร่อมทับอยู่เหนือเรือนกายสูงใหญ่ สองมือวางแนบลงบนแผ่นท้องแกร่ง ยามที่ขยับเอวส่ายซ่านรับส่วนใหญ่โตที่สอดเข้ามาจนลึกสุดใจ

            ท่วงท่าที่เด็กหนุ่มทำได้เพียงครางเสียงสั่นระริก ปลายเท้าจิกเกร็งลงกับที่นอนนุ่มเต็มแรง แล้วก็แทบจะขาดใจ เมื่อคนด้านล่างหมุนวนสะโพกเบาๆ ส่วนใหญ่โตก็ถูไถกับผนังด้านในแนบแน่นเสียจนเสียวซ่านไปหมด

            พรืด พรืด

            ขณะที่เสียงความฉ่ำแฉะแสนน่าอายก็ดังก้องไปทั่วทั้งห้อง เจลใสก็ไหลเยิ้มเลอะปากทางเข้าที่ปริตึงทุกครั้งที่ขยับสะโพกรับท่อนไฟร้อนที่เข้าไปลึกจนมิดด้าม

            “ฮ้า...ฮ้า...อาห์...” เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนสติกำลังจะขาดหาย เพียงแค่รับแก่นกายร้อนเข้ามา สติสัมปชัญญะก็ไม่เหลือดี มีเพียงร่างกายแสนซื่อตรงเท่านั้นที่ยังขยับไปมา ราวกับพยายามปลดปล่อยความต้องการที่อีกฝ่ายปลุกขึ้น

            พี่ภาคินเป็นฝ่ายปลุกปั้นอารมณ์หวาม ทั้งริมฝีปาก ทั้งฝ่ามือ ทั้งปลายนิ้ว ทั้งเรือนกายที่สัมผัสถูไถจนแทบเป็นเนื้อเดียว แต่ในจังหวะที่กราฟร้องขอว่าไม่ไหวแล้ว คนตัวโตก็กระซิบบอก

          ถ้าไม่ไหวก็ทำสิ

            ภาพของร่างสูงใหญ่ที่ขยับไปนอนกึ่งนั่งพิงพนักเตียง พร้อมทั้งมือใหญ่ที่ชักรูดส่วนใหญ่โตไม่ต่างกับลูซิเฟอร์ที่ยั่วเย้าให้เหล่ามนุษย์ตกสู่ห้วงอเวจี ทั้งร้อนแรง ทั้งดุเดือด ทั้งเซ็กซี่ปะปนกันไป จนเด็กน้อยอย่างกฤติธีทำได้เพียงคลานขึ้นไปบนตัว ใช้ปลายนิ้วแหวกช่องทางอุ่นแคบที่ถูกปลายนิ้วเบิกทางไว้ก่อน แล้ว...รับเข้ามาทั้งหมด

            ความรู้สึกยามที่มันเข้ามา ความร้อนและความแข็งแกร่งราวกับจะละลายเขาจนกลายเป็นน้ำอุ่นบนเตียง

            กราฟรู้ว่าพี่ภาคินกำลังลงโทษ รู้ว่าตัวเองต้องขยับ แต่เขาทำได้เพียงแค่ส่ายสะโพกไปมา ให้มันถูไถอยู่ด้านใน ทั้งยังกัดปากตัวเองแน่น

            แค่ถูก็จะถึงแล้ว

            หมับ

            “พะ...พี่...มะ...ไม่ไหว...ผม...ไม่มี...อ๊า...แรง” กราฟทำได้เพียงโผไปกอดรอบลำคอ กระซิบเสียงแหบพร่า ร่างกายกระตุกเกร็งไปหมด เมื่อท่อนเนื้อร้อนกำลังเสียดสีเข้ากับปุ่มอารมณ์ภายใน รู้สึกมากยิ่งกว่าด้านหน้าที่กำลังปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใส

            ร่างกายเขาเรียนรู้ที่จะสุขสมเพียงแค่โดนไล่ต้อนจากด้านหลัง

            คำร้องขอที่คนฟังก็ตาวาววับ ยามที่ใช้สองมือประคองสะโพกขาวขึ้น ดึงขึ้นจนเกือบจะหลุดจนคนได้รับส่ายหน้าแรงๆ

            “ยะ...อย่าเอา...ออก...”

            สวบ

            “ฮ้า!!! อาห์...อื้อออออ” เด็กหนุ่มถึงกับร้องไม่เป็นภาษา เมื่อสะโพกถูกกดลงไปรับท่อนไฟร้อนทีเดียวจนมิดด้าม น้ำตาหยดใสไหลผ่านแก้ม หากแต่ไม่ใช่ความเสียใจ มันคือความเสียวกระสันที่เล่นงานร่างกายจนจะระเบิดพรู ขณะที่คนที่กำลังบังคับสะโพกเด็กหนุ่มก็ใช้ปลายลิ้นเลียไปตามลำคอ สัมผัสได้ถึงอาการสะดุ้งเกร็งทุกครั้งที่ขยับตัว

            “พะ...พี่...มันเสียว...ฮื่อ...อึ้ก...”

            “ชอบสินะ...ถ้าชอบแบบนี้ก็ไม่ใช่การลงโทษสิ”

            สวบๆๆๆๆ

            “เฮือก! อาห์...พี่...จะหล่น...ผม...จะ...หล่น...อื้อ...อึ้กๆ...”

            ภาคินกระซิบบอกข้างหู แต่ยังไม่ทันที่จะตั้งตัว สองมือใหญ่ก็สอดเข้าที่ข้อพับขาแล้วยกร่างของเด็กวัยรุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสองขาลอยขึ้นเหนือจากพื้นเตียง มีเพียงช่องทางคับแคบและส่วนใหญ่โตเท่านั้นที่กระแทกกระทั้งเข้าหากัน ขณะที่ร่างสูงกว่าก็กำลังขยับขึ้นมาชันเข่า เอวสอบก็ดึงออกแล้วกระแทกเข้าไปเต็มแรง จนคนได้รับครางเสียงสั่น

            เช่นเดียวกัน ร่างกายก็กำลังสั่นระริก

            ตุบ

            กราฟถูกดันให้เป็นฝ่ายเอาแผ่นหลังแนบกับพนักเตียงบ้าง ขณะที่สองขาถูกดันขึ้นพาดบ่าของภาคิน โดยที่มือใหญ่ก็ประคองก้นกลมเอาไว้มั่น บังคับจังหวะที่จะดึงกายออก แล้วสอดลึกเข้าไปด้านใน ถูไถอย่างรู้จังหวะ ทั้งยัง...

            “ยะ...อย่า...ตรงนั้น...ฮื่อ...ตรงนะ...”

            สวบๆๆๆ

            “เฮือก!! อาห์ พี่...มะ...” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เมื่อภาคินไม่ลังเลเลยที่จะกระแทกกายเข้าไปโดนปุ่มอารมณ์ภายในทุกครั้ง จนเด็กในอ้อมกอดผวาขึ้นมากอดรอบลำคอแกร่งมั่น หอบหายใจจนตัวโยกคลอน แต่เขาไม่คิดหยุด

            “ไหนว่าวันนี้จะไม่ร้องขอให้หยุดไง”

            “ผะ...ผม...เฮือก...พี่ ฮื่อ...ผะ...ผมจะ...เสร็จ...พี่จะ...ออก จะออก...อะอื้อ...” คนฟังยิ่งตาวาวโรจน์ ยามมองใบหน้าที่ดวงตาฉ่ำหยาดเยิ้ม เรียวปากแดงช้ำ แก้มแดงก่ำ และลามแดงไปทั่วทั้งผิวกายขาวที่กลายเป็นสีชมพูระเรื่อ ไหนจะร่างกายแสนซื่อตรงที่กำลังตอบรับจังหวะของเขา ทั้งที่รู้ว่าไม่เป็นงาน

            เขาไม่ชอบพวกไม่ประสา แต่กราฟอาจจะเป็นข้อยกเว้น

            การได้สอนสั่งเจ้าเด็กนี่ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้กลับทำให้เขา...มีอารมณ์ยิ่งกว่าทุกครั้ง

            ร่างกายที่เป็นของเขาคนเดียว และหัวใจ...

            กึกๆๆ

            “พะ...พี่...ยะ...อย่า...แรง...แรงไป...อึ้ก”

            ภาคินหยุดความคิดตัวเองทันทีเมื่อพบว่ามันอันตรายต่อตัวเอง เปลี่ยนมันเป็นแรงขับเคลื่อนของร่างกายที่โถมร่างเข้าหา จนเตียงนอนสั่น ดันให้ร่างเพรียวของเด็กหนุ่มลงไปนอนราบกับเตียงนุ่ม มีเพียงสองขาที่แยกออกกว้างตอบรับสัมผัสของเขาอย่างร้อนแรง

            ทำไมไม่รู้ รู้แค่อยากรังแกเจ้าเด็กนี่ไม่จบไม่สิ้น

            ดวงตาคู่คมที่ฉายแววดิบเถื่อนมองทอดไปยังร่างขาว...ร่างกายที่โตได้มากกว่านี้ แต่เท่านี้ก็ทำให้เขาพลุ่งพล่าน อยากจะตอกย้ำลงไปในช่องทางอุ่นแคบที่บีบกระชับลูกชายของเขา อยากจะเลียไปบนผิวกายชื้นเหงื่อที่เป็นประกายล้อแสงไฟ อยากจะรูดรั้งส่วนน่าเอ็นดูที่ยังมีสีสดสวยอย่างไม่เคยเอาไปถูไถกับใคร อยากจะทำให้ร่างนี้ครวญครางแทบขาดใจ และ...ขาดเขาไม่ได้

            ความต้องการที่ชายหนุ่มไม่ต้องการรู้ว่านี่เป็นเพียงความต้องการของร่างกาย หรือมันเป็นส่วนลึกของหัวใจ

            เขารู้แค่ว่า...เขาหยุดไม่ได้

            “อะ...อะอาห์...อ๊า!

            พรวด

            หยุดไม่ได้แม้ว่าเด็กตรงหน้าจะปล่อยความต้องการออกมาเลอะแผ่นท้อง เพราะชายหนุ่มจัดการจับร่างเพรียวพลิกลง ดันสะโพกให้ยกขึ้น แล้ว...

            สวบ

            “อะอื้อ...ฮื่อ...” กราฟทำได้เพียงหลับตาลง หอบหายใจแรงๆ เมื่อจู่ๆ ความใหญ่โตก็สอดเข้ามาด้านใน ซึ่งมันไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว มันมีเพียงความเสียวกระสันยามที่ส่วนใหญ่โตถูไถช่องทางคับแคบของขา และยิ่งทำได้เพียงแอ่นก้นไปด้านหลัง เมื่อมือใหญ่สอดเข้ามากอบกำที่ส่วนอ่อนไหว

            กราฟนึกว่าตัวเองจะไม่ไหว แต่พอถูกปลุกเร้า...ร่างกายก็ตอบสนอง

            แผล็บ

            เฮือก!

            เด็กหนุ่มจิกสองมือลงกับผ้าปูเตียง เมื่อปลายลิ้นกำลังเลียไปตามแผ่นหลัง จนได้แต่ฟุบหน้าลง มีเพียงสะโพกที่ขยับส่ายรับอีกฝ่ายไม่มีหยุด ส่วนที่อ่อนแรงก็กำลังแข็งขืนขึ้นมาอีกครั้ง จนได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของพี่ภาคิน

            คนที่รุกเร้าไม่หยุด เดี๋ยวเนิบนาบแทบขาดใจ เดี๋ยวรุนแรงแทบหมดสติ เดี๋ยวก็ส่ายวนไปมา ถูไถจนเสียงฉ่ำแฉะดังก้องไปทั่ว จนบัดนี้ไม่เหลือซึ่งความเจ็บปวด กราฟรู้สึกเพียงแค่ความหรรษาในห้วงอารมณ์ แต่ไม่วายที่เด็กหนุ่มจะกระซิบเสียงแผ่ว

            “หะ...หายโกรธผม...นะ”

            คำถามที่คนตัวโตไม่ตอบ แม้แต่ตอนที่ช่องทางคับแคบเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำขุ่นที่พุ่งทะลักออกมา

..................................................

กลับไปอ่านต่อได้ที่

ขอบคุณค่ะ

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

Cut Try Me_36

Cut Try Me_36


            คนตัวโตที่ควักลูกชายออกมาจากกางเกง ว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่ฟังดีๆ จะพบความรุนแรงในนั้น ราวกับว่าความโกรธไม่ได้ทุเลาลงแล้ว จนได้แต่ผวาไปคว้าท่อนไฟร้อนเอาไว้ในมือ และด้วยความที่ไม่รู้จะทำยังไง สองมือเลยรูดรั้งให้

            หมับ

            “ปากมีดีแค่เอาไว้แก้ตัวหรือไง” ทันใดนั้น มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่ปลายคาง บีบเอาไว้แน่น จนเด็กหนุ่มตัวสั่น เพราะเท่านั้นไม่พอ พี่ภาคินยังดันให้ใบหน้าก้มลงต่ำหาท่อนเอ็นร้อน จนได้แต่รีบอ้าปากเพื่อรับมันเข้ามา

            “เอาสิ ไหนว่าทำได้ไง ฮึ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วหรือไง”

            น้ำเสียงเย็นชาที่เด็กหนุ่มได้แต่ตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่ริมฝีปากกำลังรับท่อนเอ็นร้อนเข้ามา จนพยายามเลียให้ ดูดให้ ทั้งที่กระบอกตากำลังร้อนผ่าว กลัวอีกฝ่ายจับใจ

            “นายมันก็มีดีแค่หาเรื่องไปทั่ว”

            พรวด

            เฮือก!

            “อื้ออ ฮื่ออออ อึ้ก!

            กราฟแทบจะสำลัก หากแต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อถูกจับปลายคางเอาไว้แน่น ขณะที่ส่วนใหญ่โตดันเข้ามาลึกจนถึงคอหอย ทั้งอึดอัด ทั้งหายใจไม่ออก ทั้งหวาดกลัว อีกทั้งแววตาเย้ยหยันที่มองราวกับว่าเขามันแค่ตัวปัญหาที่น่ากำจัดทิ้ง แค่เด็กอวดเก่งที่ทำอย่างปากว่าไม่ได้ ทำให้ดวงตายิ่งร้อนกว่าเดิม

            “อึ้ก ฮึกๆ” แม้จะพยายามให้ตาย แววตาและสีหน้าของพี่ภาคินก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ตรงกันข้าม เป็นเขาที่รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ส่วนหนึ่งเพราะไม่คุ้นชินกับส่วนใหญ่โตที่ดันแทงเข้ามา อีกส่วนคือความหวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยรู้

            พี่ภาคินอาจจะเคยรุนแรงด้วย แต่ไม่เคยมองด้วยแววตาราวกับคนไม่รู้จักแบบนี้

            “ฮึก” และนั่นก็ทำให้น้ำตาหยดโตไหลผ่านแก้ม สองมือจิกหน้าขาอีกฝ่ายแน่น ขณะที่ร่างกายกำลังสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น

            น้ำตาที่ภาคินมองเด็กที่ไม่ไหวเหมือนปากแสนอวดเก่งด้วยแววตานิ่งเฉย

            “อึ้ก...ฮึก...ฮืก...”

            มันหยุดขยับแล้ว และนั่นก็ทำให้ร่างสูงดันกายเข้าไปอีกครั้ง ราวกับลงโทษให้กราฟแทบจะขาดใจเพราะหายใจไม่ออก มีเพียงดวงตาที่ช้อนขึ้นมองทั้งน้ำตา

            ฟึ่บ

            จากนั้นภาคินก็ถอนกายออก มองคนที่ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ทั้งไอ ทั้งร้องไห้ แล้วว่าด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

          “ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าพูดตั้งแต่ต้น”

......................................

กลับไปต่อได้ที่

ขอบคุณค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

NC TharnType: อาถรรพ์เลข 7_1

NC TharnType: อาถรรพ์เลข 7_1



            ถึงคราวธาราที่สะดุ้ง เมื่อจู่ๆ มันก็ส่งมือมาจับหมับเข้าที่เป้ากางเกง ทั้งยังยกยิ้มรู้ทันจนทำหน้าไม่ถูก เพราะก็ใช่ เขาเองก็อดทนมาทั้งสัปดาห์ แต่ดันวันหยุดไม่ตรงกัน เรื่องที่พูดไปทั้งหมดก็อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างได้ทำกับมันก็เท่านั้นเอง

            แต่ผิดหรือที่อยากมีอะไรกับคนที่รัก

            เขาก็ไม่รู้ว่าทำหน้ายังไง ส่งสายตาแบบไหน แต่ดูเหมือนจะทำให้ไอ้ไทป์อ่อนลงโข เพราะมันแค่ส่ายหน้า แล้วเป็นฝ่ายยกมือตบสะโพก

            “ยกก้นมึงขึ้น เดี๋ยวกูโม้กให้” แม้จะอยากแย้งว่าอยากเป็นคนทำให้มันต่างหาก แต่พอมองตาที่บอกว่าไม่เอาก็ไม่ให้แล้วนะโว้ย ธารก็ทำได้แค่ยกสะโพกขึ้น ปล่อยให้แฟนดึงกางเกงลงไปที่ปลายเท้า จากนั้นมันก็ก้มหน้าลงมาอย่างไม่รั้งรอ

            “มึงคึกเกินไปหรือเปล่าไอ้ธาร”

            “เพราะมึงเอาแต่จ้องมันนั่นแหละ” แน่ล่ะ เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่ที่จะทนเฉยอยู่ได้ เมื่อมีดวงตาคู่นี้จับจ้องไม่ละสายตา แถมมันยังส่งนิ้วลูบไล้ไปมาราวกับจะหยอกล้อ แต่เท่านั้นก็ทำให้แก่นกลางลำตัวโงหัวต้านแรงโน้มถ่วงเสียแล้ว

            “ก็ของมึงมันใหญ่ กูขอเล็งมุมก่อน” คนอารมณ์ร้อนเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นนิด เพราะมันใช้สองมือกอบกำแท่งร้อนเอาไว้ แล้วเริ่มต้นขยับเนิบนาบ หากแต่ทำให้ธารเสียววูบจนเผลอกัดฟัน

            “ฮึ”

            ราวกับโดนดูถูก เมื่อไอ้ไทป์ส่งเสียงเยาะ ซึ่งคนโดนหัวเราะก็ตอบแทนด้วยการตบตูดมันไปที

            แน่นอน ไอ้ไทป์เอาคืน

            แผล็บ

            ไม่ว่าจะครั้งไหน เมื่อลิ้นร้อนๆ ของมันเลียลูกชายของเขา ธารก็อยากจะยกธงขาวยอมแพ้จริงๆ ยามที่สายตาก็จ้องมองเพียงใบหน้าหล่อคมของหนุ่มใต้ที่กำลังใช้ลิ้นร้อนปรนเปรอให้ ละเลงเลียเข้าที่ส่วนปลาย ใช้มือรูดรั้งจนเห็นส่วนน่าดูด และมันก็ดูดเต็มแรงจนเผลอครางเสียงต่ำ

            ไม่มีอีกแล้วคนที่รังเกียจลูกชายของเขา ตรงกันข้าม หลังๆ มานี่มันชอบดูดให้ด้วยซ้ำ แล้วไม่รู้ว่าศิษย์ล้างครูหรือเปล่า มันถึงเก่งเสียจนต้องยอมแพ้ให้

            “อึ้ก...มึงจะดูดให้หลุดเลยมั้ย” ธารว่าเสียงพร่า มองริมฝีปากที่อ้าออกแล้วรับลูกชายของเขาเข้าไป ลิ้นร้อนก็ไล้เลียตั้งแต่โคนจรดปลาย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังดูดแรงๆ จนก้นแทบลอย ซึ่งพอถามปุ๊บ ไอ้ไทป์ก็ตวัดตามามองอย่าง...ท้าทาย

            จ๊วบ...จุ๊บ...จุ๊บ

            เฮือก!

            มันไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเถียง หากแต่มันกำลังใช้ปากปรนเปรอให้อย่างถึงใจ ยิ่งตอนที่มันดันท่อนเนื้อร้อนเข้าไปจนลึกถึงคอหอย ธารก็สะดุ้งสุดตัว เสียววาบจนต้องกดหัวของมันให้รับเขาเข้าไปลึกกว่าเดิม จากนั้น...ไอ้ไทป์ก็ขยับ

            ลีลาการขยับปากที่ทำให้เอ็นเนื้อเสียดสีกับโพรงปากแนบแน่น เดี๋ยวก็กระตุกไปซ้ายที ดันเข้าทางขวาที ลิ้นร้อนก็ทำงานไม่ได้ขาด จนน้ำใสไหลเยิ้มลงมาตามมุมปาก ขณะที่สองมือของมันก็เลื่อนไปลูบคลึงลูกบอลทั้งสอง จนธารหายใจแรงขึ้นกว่าเดิม ตาคมก็มองแก้มที่แดงขึ้นทีละน้อยไม่ละสายตา

            ขณะที่ดวงตาเริ่มฉ่ำเยิ้มบ่งบอกอารมณ์ใคร่

            “หึๆ อร่อยหรือมึง ดูดใหญ่เลยนะ...เฮือก!

            พอเอ่ยแซวปุ๊บ มันก็เล่นกลับเสียก้นแทบลอย แถมยังมีหน้ามาส่งสายตาเยาะๆ ยามที่ผละออกมาใช้มือคลึงส่วนหัวเล่น

            “มึงก็สนุกเต็มที่เลยนะ” หนุ่มใต้ว่า พลางกดหนักๆ ที่ส่วนปลาย จนธารเองก็ครางต่ำๆ ในคอ ก้มลงมองแล้วพบว่าลูกชายเขากำลังเยิ้มได้ที่

            “ตากูบ้าง” จู่ๆ คนที่บอกว่าไม่มีอารมณ์ก็ถกกางเกงลงไปใต้สะโพก เลื่อนมือไปคลึงท่อนเนื้อร้อน จนหนุ่มลูกเสี้ยวเห็นว่ามันเองก็ฉ่ำแฉะได้ที่ แถมจากการอมให้เขาอีกต่างหาก สองมือก็เลยเลื่อนไปหมายจะคว้าสะโพกเอาไว้ แต่...

            เพี๊ยะ

            “ไอ้ธาร ไม่เอาเข้า กูมีงาน” มันว่าอย่างนั้น ให้ได้แต่ถอดถอนใจ ซึ่งไอ้ไทป์เองก็คงรู้ว่าเขาผิดหวังมากแค่ไหน เพราะมันดันตัวเข้ามาให้ท่อนเนื้อทั้งสองลำเสียดสีเข้าหากัน ทั้งยังกดจูบที่ริมฝีปาก

            “เออๆ พรุ่งนี้แล้วกัน”

            “แน่นะ!” คนฟังตาวาวขึ้นมาทันที แบบที่นายทิวัตถ์รับคำเสียงหนัก

            “กูให้มึงเอาจนตายคารูกูเลย” ธารเกือบจะหัวเราะกับคำเชิญชวนแสนฮาร์ดคอร์ แต่ตอนนี้คงต้องโฟกัสเรื่องที่ทำอยู่ จนดึงอีกฝ่ายเข้ามา กดจูบลงบนปากที่เพิ่งเล่นกับลูกชายเขาไปอย่างถึงใจ ชนิดที่ลิ้นพันเกี่ยวเป็นเนื้อเดียว ทั้งยังพลิกให้มันลงไปนอนข้างใต้ เลื่อนมือข้างหนึ่งกอบกำส่วนแข็งขืน ทั้งยังขยับสะโพกเพื่อให้มันเสียดสีนวดคลึงกันหนักหน่วงกว่าเดิม

            “ไอ้ธาร เสียวดีว่ะ”

            “ถ้ามึงให้กูเอา กูทำให้เสียวกว่านี้อีกนะ”

            “กูบอกว่าพรุ่งนี้ไอ้ธาร...เฮือก สัส กูเสียวนะไอ้เหี้ย!” มันแทบจะยกมือขึ้นต่อย เมื่อเขาจัดการคว้าส่วนปลายมาสีเข้าหากันจนน้ำใครเป็นใครไม่รู้ อีกทั้งยังล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อ บิดหัวนมมันแรงๆ จนคนที่อ่อนไหวตรงนั้นก็ครางเสียงพร่า ดันตัวขึ้นมาให้เนื้อตัวแนบชิดกันมากกว่าเดิม

            “พรุ่งนี้ก็ได้ แต่มาให้กูดูดหน่อย” ไม่ว่าเปล่า ยังกระชากเสื้อรด.ให้ลอยขึ้นเหนืออก แล้วก้มลงใช้ปากดูดเข้าที่หัวนมแข็งขืนราวกับเด็กดูดนมแม่ แบบที่มันเองก็แอ่นอกเข้าหา ขยุ้มผมเสียจนธารเจ็บ แต่...อย่างอื่นมันมีมากกว่าความเจ็บ

            ความอร่อยที่ได้ลิ้มรสผิวเนื้อสีช็อกโกแลตนมตรงหน้ายังไงล่ะ

            พรืด พรืด พรืด

            จากนั้น เสียงท่อนเนื้อลื่นๆ ที่กำลังฉ่ำแฉะก็เสียดสีจนก้องไปทั่วทั้งห้อง ประสานไปกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ที่แลกเปลี่ยนกัน ไม่นานเลยที่ธารจะกัดฟันแน่น ดันสะโพกเข้าหามืออีกฝ่าย หอบหายใจหนักๆ แล้วปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือหนุ่มใต้

            ขณะที่มันยังไม่เสร็จ

            “ตากูแล้ว” แน่นอนว่าธารยิ้มร้าย ยามที่โน้มหน้าลงระหว่างขา

            เมื่อกี้มันยิ้มเยาะเขา คราวนี้จะดูดจนมันเยาะไม่ออกเลยเชียวล่ะ

            แล้วไม่นานเลยที่เสียงครางต่ำๆ ของหนุ่มใต้จะก้องไปทั่วทั้งห้องนอน บ่งบอกว่าแม้จะผ่านมาหลายปี นายธาราเองก็ยังฝีมือไม่ตก อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ไอ้ไทป์เด้งสะโพรัวๆ แทบไม่ทันนั่นแหละ

.....................................................

กลับไปอ่านต่อได้ที่

ขอบคุณค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

NC Breath_4

NC Breath_4



            ท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอนกว้าง มีร่างเกือบเปลือยซึ่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตที่ถูกฉีกกระชากจนไร้กระดุม สองมือถูกพันธนาการจนแน่นหนา ยามที่หยดน้ำตากำลังเอ่อล้นออกมาจากหัวใจ และกลั่นออกมาทางดวงตา

            ดวงตาที่มองเพียงเพดานห้อง ยามข่มกลั้นความเจ็บปวดที่ได้รับผ่านร่างกาย

            ก้อนหินรู้ว่าเขายังเจ็บไม่ได้เสี้ยวของหัวใจคนที่กำลังทำร้ายเขา

            คนที่กำลังขบกัดไปตามเรือนกายจนขึ้นรอยแดงช้ำน่ากลัว

            ไม่ใช่รอยจูบแสนโรแมนติก แต่เป็นรอยกัดที่แสดงความรุนแรง

            “อึ้ก!

            ริมฝีปากที่กำลังกัดลงบนแผ่นอกราวกับนักล่าที่ฉีกกระชากเหยื่อ ส่งความเจ็บแล่นปราดไปทั่วทั้งตัว จนต้องแหงนหน้าขึ้น กัดปากกลั้นเสียงร้องที่กำลังหลุดรอดออกมา ซึ่งอีกฝ่ายไม่สนใจ เพราะปลายลิ้นร้อนกำลังเลียรอยแผลแรงๆ ยามที่ส่งมือไปบีบแก่นกลางลำตัวแรงจนก้อนหินร้องออกมา

            แก่นกลางลำตัวที่ถูกเนคไทนักศึกษามัดเอาไว้แน่น

            “คุณ...ตุลย์ ผม...เจ็บ...อึ้ก...” แม้จะร้องเสียงเบาหวิว แต่ไร้ซึ่งการตอบรับจากอีกฝ่าย มีเพียงมือใหญ่ที่ชักรูดไปตามท่อนเนื้อที่ถูกพันธนาการ จนคนได้รับต้องจิกเท้าลงบนที่นอนนุ่ม หอบหายใจจนตัวโยน ยามที่ความเจ็บและความใคร่กำลังสาดซัดเข้าปะทะร่าง

            แผล็บ

            “อ้ะ...” ความเจ็บสลับกับความเสียดเสียวที่เกิดจากปลายลิ้นกำลังเลียเข้าที่หัวนมสีอ่อน ตวัดเกี่ยวไปมาจนมันแข็งขืน ให้ริมฝีปากครอบลงไปราวกับสัมผัสอย่างทะนุถนอม จนคนได้รับต้องเม้มปากแน่น เพราะเขารู้ดี ความอ่อนโยนมักจะมาก่อน...

            “อ๊า!!! คุณตุลย์...คุณตุลย์ อึ้ก” ฟันคมที่กัดลงไปเต็มแรง ส่งผ่านความเจ็บมาให้จนต้องดิ้นพล่าน แม้จะพยายามห้ามตัวเองยังไง แต่หินก็เผลอดิ้นรนหาอิสรภาพ หากแต่ถูกมือใหญ่กระชากเข้าที่เรือนผมสีเข้ม ดึงกลับมาให้รับจูบรุนแรงที่ประกบเข้าหา ราวกับเจ้าของจูบไม่มีสติอีกต่อไปแล้ว

            “อื้อๆ ฮื่อ” จูบที่บดขยี้ลงมาจนสัมผัสได้ถึงรสคาวของเลือด ผสมไปกับน้ำลายที่หยาดหยดลงบนขอบปากจนแยกกันไม่ออก รู้เพียงว่ากลิ่นของเหล็กกำลังจู่โจมปลายจมูก จนแทบสำลัก มือที่ถูกมัดไพล่หลังก็เจ็บจนชา ไม่สามารถแม้จะบิดกายพลิกตัวหนี

            “มึงจะไปไหน!

            หมับ

            เพราะเรียวขาถูกแยกกว้างออก ทำให้คนที่เผลอกระถดตัวถอยหนีโดยสัญชาตญาณสะดุ้งวาบ เมื่อตุลย์คว้าเข้าที่สะโพก แล้วกระชากเข้ามาเต็มแรง ดวงตาสีสวยที่บัดนี้ราวกับคนตายก็จ้องมองมา ก่อนที่มุมปากจะ...ยกขึ้นสูง

            “มึงก็รู้ว่าหนีกูไม่พ้น”

            สวบ

            “อ๊าาาา!!! คุณตุลย์! ยะ...อย่าเพิ่ง...เจ็บ...มันแน่น...ยะ...อย่า ฮ้าๆๆ แฮก...” ก้อนหินแทบจะหายใจไม่ทัน ร่างกายดิ้นพราดๆ ด้วยความเจ็บปวด เมื่อจู่ๆ ท่อนไฟร้อนผ่าวก็สอดเข้ามาในช่องทางคับแคบที่แทบไม่มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อน และทั้งที่เขาควรจะชินชา แต่เมื่อมันจู่โจมเข้ามา ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงกรีดร้องในลำคอ ปล่อยน้ำตาให้หยดลงบนแก้ม
           
            หมับ

            “เจ็บหรือหิน...มึงเจ็บหรือ”

            จู่ๆ หนุ่มลูกครึ่งก็วางมือลงบนแก้มเปื้อนน้ำตา เสียงทุ้มพร่าดูอ่อนลง ขณะที่โน้มหน้าลงมาใกล้ราวกับมองสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดชัดๆ

            ดวงตาคมที่หลั่งน้ำตา ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำใส มุมปากที่เปรอะไปด้วยหยดเลือดสีสด ไหนจะความเจ็บปวดที่สะท้อนผ่านดวงตา

            “กูขอโทษ กูทำมึงเจ็บหรือ” ปลายนิ้วโป้งปาดเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ แบบที่ก้อนหินกลั้นแรงสะอื้น แล้วส่ายหน้าช้าๆ

            “มะ...ไม่ครับ คุณตุลย์ไม่ได้ทำผมเจ็บ...อึ้ก...ไม่...เลย” แม้จะเค้นเสียงเอ่ยออกมา แต่หินพยายามบอกให้แน่ใจ ให้อีกฝ่ายเชื่อมั่นว่าไม่ว่าเขาจะถูกทำอะไร เขาก็จะอยู่เคียงข้างคนคนนี้ และนั่นก็ทำให้ตุลย์ส่งยิ้มให้ ก้มหน้าลงมาใช้ปลายลิ้นเลียน้ำตา...ข้างหนึ่ง...แล้วขยับอีกข้าง

            การกระทำแสนอ่อนโยนที่สั่นคลอนหัวใจคนที่ได้รับมัน...แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม

            “มึงเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างกู...อย่าทิ้งกูไปไหน”

            ถ้อยคำที่ฟังดูน่าสงสารเสียจนปฐพีแหงนหน้าขึ้น รวบรวมแรงดันกายขึ้นไปเพื่อกดจูบลงบนริมฝีปาก แล้วยืนยัน

            “ผม...จะ...ไม่ไป...ไหน...ครับ...”

            คำตอบที่ตุลย์ยกยิ้มช้าๆ มือใหญ่เลื่อนไปดันสะโพกให้ยกขึ้นสูง แล้วค่อยๆ ดันกายเข้าไปเนิบนาบราวกับทำให้อีกฝ่ายคุ้นชิน จนก้อนหินหลับตาลงช้าๆ หอบสะท้าน รับแท่งไฟร้อนที่กำลังตักตวงความสุขในกายเขา และ...ปลดปล่อยความเจ็บปวดออกมา

            สวบ!

            “ฮ้า!” จู่ๆ แท่งไฟร้อนก็กระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง แทบจะฉีกกระชากช่องทางคับแคบออกจากกัน จนก้อนหินขยุ้มมือกับผ้าปูที่นอนแน่น ข่มกลั้นเสียงร้องที่กำลังจะห้ามอีกฝ่าย เพราะรู้ดีว่าคุณตุลย์ไม่รับฟัง หากแต่มันไม่ได้มีเพียงความเจ็บ แก่นกายที่เสียดสีเข้ากับผนังนิ่มด้านหลังซึ่งเรียนรู้การมีเซ็กส์ประตูหลังมาหลายปีทำให้ลมหายใจยิ่งกระชั้น เนคไทที่กำลังมัดเอาไว้ฉ่ำเยิ้มขึ้นทุกที

            “มึงคิดว่ากูจะพูดอย่างนั้นจริงๆ หรือ”

            กึก

            จู่ๆ ตุลย์ก็เอ่ยออกมา

            “อื้อ! แฮก ฮ้า” และเพียงแค่ปลายนิ้วขยี้ลงบนส่วนปลายฉ่ำน้ำ ปฐพีก็สะบัดหน้าไปอีกทาง รู้สึกถึงความทรมานที่อัดแน่นอยู่กลางลำตัว

            เขาอยากปลดปล่อย แต่หากเจ้านายไม่ยอมก็คงไม่มีทาง

            สวบ สวบ...สวบ!

            คราวนี้ท่อนไฟร้อนกระแทกเข้ามาหนักหน่วงขึ้น แบบที่คนได้รับครางก้องไปทั่วทั้งห้อง เพราะว่าแม้มันจะรุนแรงแค่ไหน แต่ร่างกายก็รับมันเอาไว้อย่างจำยอม ขณะที่คลื่นความต้องการก็กำลังไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิยิ่งร้อนจัด จนคนที่ทนไม่ไหวกระซิบเสียงสั่น

            “ให้ผม...เสร็จ...คุณตุลย์...ให้ผม...”

            “มึงดูมีความสุขดีนะ”

            “ผะ...ผมไม่...เฮือก!

            จู่ๆ ดวงตาของคนที่คร่อมทับอยู่เหนือร่างก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความชิงชัง ความโกรธแค้น เมื่อมองเข้าไปในตาที่เต็มไปด้วยการเว้าวอนขอร้อง จนก้อนหินสะดุ้งสุดตัว และก่อนที่จะตั้งตัวทันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลมหายใจก็ถูกตัดขาด

            สองมือของตุลย์อยู่บนลำคอของคนสนิท!

            “คะ...คุณ...ตุลย์...เฮือก!” หินทำไม่ได้แม้แต่ยื่นมือไปผลักไส ยามที่สองมือนั้นกำลังบีบลงบนลำคอแรงขึ้น พอๆ กับท่อนไฟร้อนที่กำลังสอดกระแทกเข้ามาในกายอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างทำได้เพียงมองเข้าไปในตาของคนที่เหมือนไม่รู้สึกอะไรแล้ว

            คนที่กำลังขยับกายแรงขึ้น พอๆ กับมือที่บีบแรงขึ้น

            คุณตุลย์กำลังร้องไห้ และมันส่งผ่านสองมือที่ถ่ายทอดความรู้สึกมาที่เขา

.....................................................

กลับไปอ่านต่อได้ที่

ขอบคุณค่ะ

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

NC Fall in Love_41

NC Fall in Love_41




            “อึ้ก!

            ทันทีที่สิ้นคำ ปลายนิ้วโป้งก็เคลื่อนไปยังช่องทางคับแคบที่สะท้อนกับแสงไฟจากเจลใสที่เคลือบอยู่ แล้วก็ลูบคลึงมันเบาๆ จนคนได้รับยิ่งเผลอแอ่นก้นมาข้างหลัง ซองเอกสารหล่นลงไปบนพื้นแล้ว หัวเข่าก็สั่นริกๆ ก่อนที่จะทิ้งลงคุกเข่าอย่างไม่มีแรงจะนั่งยองๆ ต่อไป

            “พะ...พี่ซาน...อย่า...”

            ปลายนิ้วยังคงเคลื่อนไปคลึงช่องทางคับแคบหนักๆ จนเสียววาบ ได้แต่ดันสะโพกไปด้านหลังให้อีกฝ่ายยิ่งเห็นว่าเขากำลังขมิบแรงๆ ลมหายใจก็เริ่มร้อนผ่าว แก่นกลางลำตัวขยับขยายเด้งรับอย่างห้ามมันไว้ไม่ได้

            แผล็บ

            “อื้ม!” ไม่เพียงเท่านั้น ปลายลิ้นร้อนผ่าวก็กำลังเลียเข้าที่แผ่นหลังขาว ไล่มาตามกระดูกสันหลัง แล้วหยุดดูดเม้มที่ช่วงคอ จนคนได้รับครางเสียงสั่น เนื้อตัวก็สั่นระริก มือที่จิกพื้นพรมเอาไว้ยิ่งจิกแน่น และแน่นกว่าเดิม เมื่อ...

            ฟุ่บ

            “ปั้นกำลังดูดนิ้วพี่เข้าไปอยู่นะ”

            ปลายนิ้วที่ผลุบหายเข้าไปในช่องทางคับแคบในทีเดียว แบบที่ทำให้คนได้รับครวญครางในคอ แน่นอนว่ามันไม่เจ็บ ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่ามันลื่นไปหมด อารมณ์ที่ยังตกค้างจากกิจกรรมก่อนหน้าพัดโหมขึ้นมาราวกับฟืนมีเชื้อเพลิง

            “พะ...พี่ซาน อย่า...ควาน”

            นิ้วยาวไม่เพียงสอดเข้ามาเท่านั้น แต่กำลังควานไปทั่วช่องทางคับแคบ และมันไม่นานเลยจริงๆ ที่อีกฝ่ายจะเจอจุดกระสันที่ทำให้ขาทั้งสองข้างสั่นระริก ดวงตาเบิกโพลง ทำได้เพียงส่ายสะโพกสั่นๆ กับนิ้วยาวที่กดย้ำหลายๆ ครั้ง

            “หึๆ ก็ยังหนุ่มแน่นอยู่นี่ปั้น”

            “พี่ขะ...ขี้แกล้ง”

          พี่ซานเป็นปีศาจลามกโคตรขี้แกล้งชัดๆ!

            คนตัวโตที่เอื้อมมาคว้าเข้าที่แก่นกลางลำตัว ขณะที่ยังคงเล่นกับช่องทางแคบของเขาไปด้วย ยิ่งมือหนึ่งขยับถูไถที่ส่วนปลายฉ่ำแดง อีกมือก็กำลังกระตุ้นภายใน คนที่ถูกจู่โจมทั้งข้างหน้าและข้างหลังก็ทำได้เพียงครวญครางในคอ

            “อืม...ฮื่อ...มะ...พี่ซาน...มะ...อึ้ก...” ข้าวปั้นยิ่งสั่นกว่าเดิม ยอมรับว่าข้างหลังกระตุ้นเขาได้มากกว่า มันวูบวาบจนช่องท้องบิดเกร็ง จนหันกลับมาสบตา ยกมือขึ้นหมายจะโอบกอดอีกฝ่าย ให้คนตัวโตขยับเข้ามามอบจูบร้อนอย่างถึงใจ

            จูบที่บดขยี้ที่ปากช่างพูด หอบเอาอากาศออกไปทั้งหมด แทนที่ด้วยปลายลิ้นร้อนผ่าวที่เกี่ยวกับลิ้นนิ่ม กระตุ้นอารมณ์รักของคนที่ถูกรุกรานแทบทุกส่วนอ่อนไหว จนข้าวปั้นเองก็อ่อนยวบไปทั้งตัว ผวาเข้าหา กระตุกเกร็งหลายต่อหลายครั้ง ยามที่ถูกคลื่นอารมณ์พัดขึ้นสูง

            ยิ่งจูบก็ยิ่งรู้สึก ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งต้องการ

            “มานี่” ก่อนที่จะทิ้งฮวบลงไปนอนแผ่บนพื้น แล้วปล่อยให้พี่ซานจัดการตามใจอยาก คนตัวโตก็โอบเข้าที่สะโพกแล้วพาไปริมหน้าต่าง จับสองมือยันกระจกเอาไว้จนข้าวปั้นเบิกตากว้าง

            “ผะ...ผ้าม่าน” ข้างๆ โรงแรมเป็นตึก เพราะงั้นมันไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครเห็นพวกเขา

            “อ๊า! พะ...พี่ซาน” แต่ประท้วงได้แค่นั้น หนุ่มแว่นก็แทบจะไม่มีสติยั้งเอาไว้ เมื่อท่อนไฟร้อนผ่าวที่ขยายจนแข็งเกร็งขนาดนี้เมื่อไหร่ไม่รู้กำลังถูไถที่ปากทางเข้า เสียววูบเสียจนไม่มีแรงจะห้ามปราม ได้แต่กำชายผ้าม่านเอาไว้ แล้ว...

            “พี่ซาน!” คนตัวเล็กก็ร้องเสียงหลง รู้สึกเหมือนขึ้นรถไฟตีลังกา เมื่อร่างลอยหวือขึ้น ข้อพับขาถูกช้อนเอาไว้ด้วยสองมือ และก่อนที่จะตั้งสติว่าเกิดอะไรขึ้น

            สวบ

            “อะอ๊า...ฮ้า...ฮ้า...พะ...พี่ อย่า...อย่าเพิ่ง อื้มมมมมม” ใบหน้าน่ามองบิดเบ้ด้วยความเสียวกระสัน เมื่อท่อนไฟร้อนผ่าวกำลังเคลื่อนเข้ามาในช่องทางคับแคบทีละน้อย แม้มันจะเสียดวูบในวินาทีแรก แต่พอผ่อนร่างกายรับอีกฝ่ายเข้ามา มันก็เหลือเพียงความกระสันอยากที่ทำให้ลืมเลือนทุกอย่าง

            ใบหน้าน่ามองแหงนขึ้น ริมฝีปากอ้าน้อยๆ ปล่อยน้ำใสไหลเลอะที่ขอบปาก ยามที่แท่งเหล็กร้อนทะลวงเข้ามาภายในจนมิดด้าม และท่วงท่านี้...มันลึกสุดใจ

            ลึกจนปารุจคิดอะไรไม่ออก

            หมับ

            “ขยับล่ะนะ”

            “อะ...อ๊า...ฮ้า...พี่ซาน...พี่ซาน...อึ้กๆ...ฮื่อ มันลึก...” สิ้นคำ ข้าวปั้นก็ครางก้องไปทั่วทั้งห้องอย่างไม่อาจจะห้ามเสียงตัวเองไว้ได้ ร่างทั้งร่างก็โยกคลอนไปตามแรงสอดเสียดที่เคลื่อนเข้ามาภายใน ดึงออก แล้วกดเข้ามาใหม่ สองมือก็จับรอบคออย่างกลัวตก ดวงตาพร่าเลือนไปด้วยดวงดาววิบวับ ไม่สนใจแล้วว่าตึกข้างๆ จะมีคนผ่านมาตอนดึกหรือไม่

            ท่วงท่าที่ทำให้ข้าวปั้นทั้งหอบทั้งคราง เหลียวไปมองคนที่ขบกรามแน่น หยดเหงื่อไหลซึมรอบหน้าผาก ก่อนที่ร่างเขาจะถูกวางลง แต่ไม่ใช่เพราะพี่ซานเปลี่ยนมาให้เขายืนด้วยสองขาบนพื้น แต่...

            “ยะ...อย่าเอาออก” คนตัวเล็กประท้วงเสียงสั่น เมื่อท่อนไฟร้อนถูกดึงออก แบบที่คนฟังแสยะยิ้ม แล้วหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากัน จากนั้น...

            หมับ

            ร่างทั้งร่างลอยเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้หันหน้าชนกัน จนสองขาโอบเข้ารอบเอวโดยสัญชาตญาณ สองมือก็กอดรอบลำคอ ก่อนที่จะเม้มปากแน่น เมื่อความร้อนกำลังถูไถที่ปากทางเข้าอีกครั้ง

            สวบ

            แล้วก็กลืนน้ำลายแทบไม่ทัน เมื่อมันเคลื่อนเข้ามาอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ แต่พอดิบพอดีจนคนได้รับจิกไหล่กว้างแน่น

            “พะ...พี่...ไม่ไหว...ปั้น...ไม่ไหว...ฮื่อออออ!

            ท่วงท่าที่ทำอยู่ ทำให้เขารู้สึกเหมือนจะตายให้ได้ มันอึดอัด มันคับแน่น มันลึกจนสุดใจ แต่เพราะแบบนั้นแหละที่ทำให้ร่างกายรับมือไม่ไหว สมองทำงานไม่ถูก สติลืมๆ เลือนๆ รู้เพียงว่าร่างทั้งร่างกำลังเกาะอีกฝ่ายแน่น เขย่าสะโพกรับแท่งไฟร้อนที่กำลังกระแทกเข้ามาแรงขึ้น

            “เกาะพี่แน่นๆ ล่ะ” พี่ซานกระซิบ และ...จัดตามคำเตือน

            สวบๆๆๆ สวบ!

            “อ๊า...ฮ้า...พี่ซาน...ระ...แรงไป...อื้ม...ผม....อะอ๊า...” แท่งเหล็กร้อนผ่าวสอดเสียดเข้ามาไม่หยุด ความใหญ่โตที่เสียดสีกับผนังทุกด้าน กระแทกเข้าที่จุดอารมณ์ภายใน จนปลายฉ่ำกำลังชื้นด้วยน้ำใสมากขึ้นทุกที

            ขณะที่ข้าวปั้นลืมตาขึ้นช้าๆ อาจจะเพราะความสูงที่ต่างกันมาก พออยู่ในท่าแบบนี้ คนเด็กกว่าจึงเห็นใบหน้าชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายชัดเจน

            ใบหน้าคมกล้าที่ปกคลุมไปด้วยหนวดเคราที่กำลังแสดงออกว่ากำลังต้องการเขามากแค่ไหน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาราวกับสัตว์ป่าดูแฝงด้วยความป่าเถื่อน และความกระหายอยาก จนปารุจทำได้เพียงส่งมือไปจับแก้ม ดันให้อีกฝ่ายรับจูบของเขา

            จูบที่ไม่ช่วยให้อุณหภูมิต่ำลง หรือทำให้ความต้องการลดน้อยลง ตรงกันข้าม มันยิ่งเหมือนเทน้ำมันลงบนกองเพลิง

            พี่ซานกำลังเผาเขาจนเป็นจุณ และข้าวปั้นก็ไม่แคร์ว่าตัวเองจะเหลือแค่ผงธุลี

            “ผม...จะตาย...แล้ว...”

            “พี่ไม่ยอมให้ปั้นตายง่ายๆ หรอก” คนที่หอบหนักๆ บอกเสียงเข้ม ดันจนแผ่นหลังชิดกับหน้าต่างด้านหลัง ยามที่ขบกราม กระแทกกายเข้ามาแรงๆ หลายที จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง

            “ผม...มะ...ไม่ไหว..จะหล่น...จะหล่นแล้ว อื้มมมม” ข้าวปั้นไม่รู้ว่าเขาจะหล่นจากอ้อมกอดหรือไม่ แต่มันรู้สึกเหมือนรถไฟเหาะที่ไม่มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย มันทั้งตื่นเต้น หวาดเสียว แต่ก็น่ากลัว จนคนตัวโตเองก็ผ่อนแรง แล้วก้าวกลับไปยังเตียงนอน

            ตุบ

            ส่วนบนของร่างกายทิ้งลงนอนบนเตียง แต่ส่วนที่เชื่อมต่อกันถูกมือใหญ่จับเอาไว้แน่น ดันเรียวขาขึ้นพาดบ่าจนสะโพกลอยเหนือพื้นเตียง จากนั้น...

            “พะ...พี่ ผมจะไม่ไหว...จะไม่...ไหว...” การรุกรานก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และเป็นครั้งที่เร่าร้อนเสียจนคนได้รับบิดกายไปมาบนเตียง เสียดเสียวจนแทบทนไม่ไหว ได้แต่กำขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น ยามมองร่างเปลือยเปล่าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ผิวเข้มเป็นประกายล้อกับแสงไฟ

            พี่ซานเหมือนเทพสงครามและความใคร่เลย...คนที่เพียงมองหน้าเถื่อนๆ เขาก็กำลังจะเสร็จ

            “อะ...อะอ๊า...ฮ้า...จะ...จะ...พี่...ฮื่อออออ!” ข้าวปั้นรู้สึกถึงแรงกระแทกสุดท้ายที่ส่งเขาไปสุดปลายทางของอารมณ์อย่างง่ายดาย จากนั้นร่างทั้งร่างก็หมดเรี่ยวหมดแรง และหน้ามืดไปชั่วแวบหนึ่ง

            “อืม...อึ้ก...” ยามที่พี่ซานยังคงเร่งเครื่องตามมา รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายทิ้งกายลงแนบร่างพร้อมกับหอบหายใจจนตัวโยน

............................................

อ่านต่อได้ที่
ขอบคุณค่ะ